ภาวะกล้ามเนื้อสลาย
สาเหตุของภาวะกล้ามเนื้อสลายจากการออกกำลังกาย
ก. การออกกำลังกายหรือใช้กล้ามเนื้ออย่างหักโหม
การเพิ่มความเข้มข้นอย่างกะทันหัน หรือเริ่มต้นโปรแกรมออกกำลังกายใหม่ที่เข้มข้นเกินไป
การออกกำลังกายที่ไม่คุ้นเคย การทำท่าออกกำลังกายที่ร่างกายไม่เคยทำมาก่อน
การออกกำลังกายแบบเข้มข้น เช่น P90X, CrossFit, Insanity Workout หรือการวิ่งเทรลระยะไกล
การวิ่งลงเนิน เป็นสาเหตุเฉพาะที่เสี่ยงสูง เนื่องจากเกิดการหดตัวของกล้ามเนื้อแบบเยื้องศูนย์ (Eccentric contraction)
ข. สภาพแวดล้อมที่ร้อนจัด
ความร้อนสูง ทำให้กล้ามเนื้อสลายเร็วขึ้น ร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนได้ทัน
ลมแดด (Heat Stroke) ภาวะที่อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นเกินไป
ค. ภาวะขาดน้ำ (Dehydration)
การขาดน้ำรุนแรง ไตไม่สามารถกำจัดของเสียจากร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การขาดน้ำร่วมกับการออกกำลังกายหนัก ส่งผลให้ความเข้มข้นของสารในกระแสเลือดเพิ่มขึ้น
ง. ปัจจัยอื่นๆ
บาดเจ็บรุนแรง เช่น อุบัติเหตุ รถชน ตกจากที่สูง หรือถูกของหนักทับกล้ามเนื้อนาน ๆ
การใช้ยาและสารเสพติด เช่น ยาลดไขมันกลุ่ม Statins, ยาขับปัสสาวะ, แอลกอฮอล์, โคเคน, หรือเมทแอมเฟตามีน
การติดเชื้อรุนแรง เช่น ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis), ไข้หวัดใหญ่, COVID-19
ภาวะไม่สมดุลของอิเล็กโทรไลต์ เช่น ภาวะโพแทสเซียมหรือโซเดียมผิดปกติ
โรคพันธุกรรม เช่น McArdle disease, Duchenne muscular dystrophy หรือ RYR1-related mutations
อาการหลัก
1. ปวดกล้ามเนื้อรุนแรง เป็นอาการหลักที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะบริเวณกล้ามเนื้อที่ใช้งานหนักหรือได้รับบาดเจ็บ, กล้ามเนื้อปวดแม้ไม่ได้ขยับ, มักรู้สึกตึงหรือกดแล้วเจ็บ
2. กล้ามเนื้อบวม เกิดจากการอักเสบและคั่งของของเหลวในกล้ามเนื้อ อาจกดทับเส้นเลือดหรือเส้นประสาท ทำให้เคลื่อนไหวลำบาก อาจเกิดภาวะ Compartment Syndrome
3. กล้ามเนื้ออ่อนแรง ใช้งานกล้ามเนื้อได้น้อยลง เมื่อกล้ามเนื้อถูกทำลายในระดับรุนแรง เมื่อกล้ามเนื้อถูกทำลายหลายส่วนพร้อมกัน
4. ปัสสาวะสีเข้มผิดปกติ สัญญาณเตือนสำคัญ มีสีคล้ำคล้ายโคล่า หรือสีเลือด บ่งชี้ว่ามีไมโอโกลบินในกระแสเลือดมาก อาจสะสมในไตและนำไปสู่ไตวายเฉียบพลัน
อาการอื่นๆ
อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน มีไข้ ปัสสาวะลดลง เวียนศีรษะ หน้ามืด แต่ถ้าหัวใจเต้นผิดจังหวะ จากโพแทสเซียมในเลือดสูง ให้พบแพทย์โดยทันที)
กลุ่มคนที่มีความเสี่ยงสูง
1. นักกีฬาอัลตรา (Endurance Athletes) นักวิ่งมาราธอน นักวิ่งเทรลระยะไกล ผู้เข้าร่วมการแข่งขันสปิน (Spin class) และผู้ที่ทำการออกกำลังกายแบบ High-Intensity Interval Training (HIIT)
2. ผู้ที่ทำงานในสภาพแวดล้อมร้อนจัด นักดับเพลิง คนงานในโรงหลอม และผู้ที่ทำงานหนักในสภาพอากาศร้อน
3. ทหารและผู้เข้ารับการฝึกอบรม ผู้เข้ารับการฝึกอบรมในค่ายทหาร ผู้ที่อยู่ในระหว่างการฝึกซ้อมเข้มข้น
4. ผู้ที่อายุมากกว่า 65 ปี เสี่ยงต่อการล้มและไม่สามารถลุกขึ้นได้ โดยระยะเวลาการนอนนานๆ ทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อสลาย
5. ผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นออกกำลังกาย การเพิ่มความเข้มข้นอย่างกะทันหัน ร่างกายไม่ได้รับการเตรียมตัว
6. ผู้ที่มีปัจจัยทางพันธุกรรม มีประวัติครอบครัวของภาวะกล้ามเนื้อสลาย หรือมีโรคกล้ามเนื้อพันธุกรรม เช่น McArdle disease, Duchenne muscular dystrophy หรือมี RYR1 mutations
การป้องกัน
1. การเพิ่มความเข้มข้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ควรเพิ่มความเข้มข้นมากกว่า 10% ต่อสัปดาห์ ให้ร่างกายมีเวลาปรับตัว เริ่มต้นด้วยการออกกำลังกายที่เบา จากนั้นค่อยๆ เพิ่มความเข้มข้น
2. การให้น้ำอย่างเพียงพอ ก่อน ระหว่าง และหลังการออกกำลังกาย ปัสสาวะควรมีสีใสหรือสีเหลืองอ่อน ไม่ควรเป็นสีเข้ม หากน้ำหนักลดลงเกิน 2% ของน้ำหนักตัวทั้งหมด อาจบ่งบอกถึงการขาดน้ำ
3. การพักผ่อนอย่างเพียงพอ ไม่ควรออกกำลังกายหนักทุกวัน ให้กล้ามเนื้อมีเวลาพักฟื้น ระยะเวลาพักผ่อนอย่างน้อย 1-2 วันต่อสัปดาห์
4. การออกกำลังกายในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายในสภาพอากาศร้อนจัด ใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี การหยุดพักให้ร่างกายมีเวลาเย็นตัว
5. การทำความเข้าใจสัญญาณเตือน ฟังร่างกายตัวเอง หากรู้สึกปวดกล้ามเนื้อรุนแรง อ่อนแรง หรือมีปัสสาวะสีเข้ม ให้หยุดออกกำลังกายทันที การรีบพบแพทย์หากพบสัญญาณเตือน
6. การกินอาหารที่มีประโยชน์ เช่น โปรตีน ช่วยซ่อมแซมกล้ามเนื้อ, คาร์โบไฮเดรต ให้พลังงาน , วิตามินและแร่ธาตุ ช่วยในการฟื้นตัว
7. การตรวจสอบสุขภาพเป็นระยะ ผู้ที่มีประวัติภาวะกล้ามเนื้อสลาย - ควรตรวจสอบสุขภาพเป็นระยะ และการตรวจเลือด เพื่อตรวจสอบระดับ CK และ Kidney Function
ควรพบแพทย์
เมื่อมีสัญญาณเตือน เช่น ปวดกล้ามเนื้อรุนแรงที่ไม่หายไปด้วยการพักผ่อน ปัสสาวะสีเข้มคล้ายโคล่าหรือสีเลือด ปัสสาวะออกน้อยลง กล้ามเนื้อบวมรุนแรง อ่อนแรงมากขึ้น คลื่นไส้ อาเจียน มีไข้ หัวใจเต้นผิดจังหวะ เวียนศีรษะหรือหน้ามืด แต่ถ้ามีอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง หายใจลำบาก สูญเสียสติ หรือมีอาการอื่นที่เสี่ยงต่อชีวิต ให้ติดต่อบริการฉุกเฉิน


